ศัลยกรรมเสริมคาง Chin Augmentation Surgery


การศัลยกรรมเสริมคาง เป็นหนึ่งในศัลยกรรมการปรับแต่งรูปใบหน้า คนเอเชียและคนไทยส่วนใหญ่มักจะพบกับปัญหาคางตัด รูปใบหน้าเป็นหน้าเหลี่ยมและคางสั้น การทำศัลยกรรมเสริมคางจะ สามารถช่วยเติมเต็มรูปร่างของคาง เพราะรูปขนาดของคางนั้น เป็นปัจจัยหนึ่งที่สามารกำหนดมิติของใบหน้าส่วนล่าง เช่น บางคนมีรูปคางสั้น บางคนมีรูปคางเล็ก บ้างคนมีรูปคางไม่มีความนูนหรือรูปคางร่นมาด้านหลัง จึงทำให้ใบหน้าดูกลมและหน้าสั้น คออาจจะดูมีเนื้อเยอะ ซึ่งทำให้มีรูปลักษณ์ที่ไม่สวยงาม และปัญหาเหล่านี้สามารถที่จะแก้ไขได้ โดยการเสริมคางเพื่อทำให้สามารถมองเห็นรูปคางได้อย่างชัดเจน ใบหน้าส่วนล่างก็จะแลดูมีมิติ และสมดุลสมบูรณ์ดี

การทำศัลยกรรมเสริม คางสามารถที่จะช่วยปรับแต่งรูปหน้าให้ดูดีขึ้นได้ เช่น รูปคางดูนูนขึ้น รูปคางกว้างขึ้น หรือทำให้รูปคางดูยาวขึ้น โดยปกติใบหน้าของคนเราจะถูกแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ส่วนที่ 1 คือ ส่วนบนคือส่วนของหน้าผาก ส่วนที่ 2 คือ ส่วนกลางคือส่วนทั้งหมดที่อยู่ต่ำกว่าส่วนที่ 1 (หน้าผาก) และอยู่เหนือส่วนที่ 3 (จมูกลงมา) ส่วนที่ 3 คือ ส่วนล่างคือส่วนที่อยู่ต่ำกว่าจมูกลงมา สำหรับผู้ที่มีใบหน้าสวยนั้น ใบหน้าที่ 3 ส่วนจะมีสัดส่วนที่เท่ากัน

ใครเหมาะที่จะทำศัลยกรรมเสริมคาง ?

การ ทำศัลยกรรมเสริมคางอาจจะไม่ดีเสมอไป สำหรับผู้ที่มีปัญหาเรื่องคางหลบหรือคางสั้น ผู้ที่เหมาะสมที่จะทำการศัลยกรรมเสริมคาง ยังต้องมีองค์ประกอบไปด้วย
โครง สร้างส่วนของฟันและฟันกรามที่จะต้องมีความแข็งแรง และสามารถทำงานร่วมกันได้เป็นอย่างดี รวมไปถึงร่างกายจะต้องมีภูมิต้านทาน เพื่อที่จะป้องกันอาการอักเสบหรืออาการติดเชื้อได้ในภายหลังการทำศัลยกรรม เสริมคางด้วย
ในบางกรณีนอกจากศัลยกรรมเสริมคางแล้ว แพทย์อาจจะพิจารณาให้ผู้ป่วยควรที่จะปรับแก้ไขรูปหน้าส่วนล่างร่วมด้วย โดยการฉีดฟิลเลอร์เพื่อเติมเต็มให้รูปคางชัดเจนและสวยงามมากยิ่งขึ้น

ขั้นตอนในการทำศัลยกรรมเสริมคาง

ก่อน ที่จะทำการผ่าตัดเสริมคาง แพทย์จะทำการวัดสัดส่วนของคางเดิมและใบหน้าท้งหมด เพื่อที่จะเลือกขนาดของซิลิโคนและตำแหน่งที่เหมาะสม และนำค่าที่ได้มาใช้ในการเหลาซิลิโคนให้เข้ากับรูปพอดีกับฐานคางเดิม แพทย์จะทำความสะอาดบนใบหน้าและช่องปากก่อนที่จะเริ่มทำการผ่าตัดเสริมคาง แพทย์จะวาดเส้นแนวกึ่งกลางคางและกำหนดเครื่องหมาย ตำแหน่ง ขอบเขตของคางที่จะทำการแก้ไข เพื่อค้นหาตำแหน่งที่ชัดเจนแน่นอน

หลัง จากนั้นแพทย์จะฉีดยาชาบริเวณคางทั้งหมดจะรู้สึกชา ในขณะที่เริ่มทำการศัลยกรรมเสริมคางคนไข้ แพทย์จะให้ยาสลบแก้คนไข้ เพื่อลดอาการเกร็งหลังจากนั้นถึงจะเริ่มกระบวนการการผ่าตัดเสริมคาง วัสดุที่นำมาใช้การผ่าตัดเสริมคางจะเป็นซิลิโคนแท่ง รูปลักษณะคล้ายยางที่มีความยืดหยุ่น แพทย์จะเหลาซิลิโคนให้ได้รูปทรงพอดีกับคางของคนไข้

แพทย์จะทำการเปิด ผิวบริเวณด้านในปากของคนไข้ ยาวประมาณ 1.5-3 เซนติเมตร ตั้งแต่บริเวณของเหงือกลงไปจนถึงบริเวณส่วนของกระดูกคางด้านหน้า หลังจากนั้น เลาะเข้าไปใต้กล้ามเนื้อ โดยเลาะติด กระดูกคาง ตามแนวขอบเขตที่วางแผนไว้ และแพทย์จะทำการฝังยึดซิลิโคนลงในตำแหน่งที่ได้วัดกำหนดระยะอันเหมาะสมเอา ไว้ โดยซิลิโคนจะวางอยู่บนกระดูกคางเดิม โดยอยู่ในช่องที่จำกัดพอดี ทำให้ไม่สามารถขยับไปมาหรือเคลื่อนที่ได้ จากนั้นแพทย์จะเย็บปิดแผลด้วยไหมละลายหลังจากคางได้รูปทรงที่สวยงามแล้ว และไหมละลายจะสามารถสลายไปเองได้ภายใน 10 วัน

การทำศัลยกรรมเสริมคาง ใช้ระยะเวลาประมาณ 30-60 นาที แต่หากคนไข้มีการทำศัลยกรรมที่เกี่ยวกับใบหน้าส่วนอื่นๆ ร่วมด้วย เช่น ศัลยกรรมริมฝีปาก ศัลยกรรมเสริมจมูก ศัลยกรรมตาสองชั้น ศัลยกรรมอื่นๆ ฯลฯ อาจจะต้องใช้เวลาในการผ่าตัดมากขึ้นตามลำดับ

การศัลยกรรมเลื่อนคาง (sliding genioplasty หรือ chin advancement) เป็นอีกการศัลยกรรมหนึ่ง ที่เกี่ยวกับคาง การศัลยกรรมเลื่อนคางมักทำในกรณีที่คนไข้มีคางสั้นมากๆ และร่นไปอยู่ด้านหลังเยอะเกินไป ในส่วนของซิลิโคนจะใช้ซิลิโคนเสริมที่เป็นซิลิโคนชิ้นใหญ่และทำให้ดูไม่เป็น ธรรมชาติ แพทย์จะทำการเลื่อยกระดูกส่วนคางในทิศทางแนวนอน หลังจากนั้นจะทำการเลื่อนตำแหน่งออกมาด้านหน้าและใช้น็อตพิเศษยึดเอาไว้ เพื่อให้รูปร่างใบหน้าที่เคยดูอูมกลมกลับมาอีกครั้ง ได้สัดส่วนและดูเรียวมีมิติยิ่งขึ้น

ความเสี่ยงในการศัลยกรรมเสริมคาง

-การ ศัลยกรรมเสริมคางอาจจะเกิดอาการริมฝีปากมีความรู้สึกชา เนื่องจากด้านในริมฝีปากล่างมีแผลผ่าตัดอยู่ ซึ่งอาการชาจะค่อยๆ บรรเทาอาการลงเองเมื่อเวลาผ่านไป
-การศัลยกรรมเสริมคางบริเวณคางและรอบๆ จะมีอาการบวม เจ็บ
-การศัลยกรรมเสริมคางอาจทำให้การรับความรู้สึกที่บริเวณคางเปลี่ยนไป อาจเกิดขึ้นถาวรหรือเพียงชั่วคราว
-การ ศัลยกรรมเสริมคางต้องระมัดระวังเรื่องของการกระทบกระเทือนที่บริเวณบนใบหน้า เพราะอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ซิลิโคนเลื่อนออกจากตำแหน่ง
-การศัลยกรรมเสริมคางอาจจะเกิดการติดเชื้อที่แผลผ่าตัด

การเตรียมตัวก่อนเข้ารับการผ่าตัดศัลยกรรมเสริมคาง

-คนไข้ไม่ควรอดอาหารและทานอาหารที่มีประโยชน์
-คนไข้จำเป็นที่จะต้องงดอาหารเสริมหรือยาที่มีคุณสมบัติเรื่องของการแข็งตัวของเลือด จำพวกยาสเตียรอยด์ (NSAIDs)
-คนไข้ควรแจ้งรายละเอียดให้แพทย์ทราบ ถึงยาและอาหารเสริมรวมไปถึงสมุนไพรที่ได้รับประทานอยู่
-หลัง จากทำการศัลยกรรมเสริมคางแล้ว คนไข้จะไม่สามารถทานอะไรได้ช่วงนึง เพราะฉะนั้นก่อนทำควรทานอาหารให้อิ่มก่อนเข้ารับการศัลยกรรมเสริมคาง
-คนไข้ควรจะแปรงฟัน บ้วนปาก ก่อนที่จะมารับการศัลยกรรมเสริมคาง

เสริมคาง ศัลยกรรมเสริมคาง ศัลยกรรมคาง

การดูแลพักฟื้นหลังการทำศัลยกรรมเสริมคาง
-หลังทำการศัลยกรรมเสริมคางคนไข้ควรนอนให้ศีรษะสูง 2-3 วัน คนไข้สามารถนอนตะแคงศีรษะได้ ช่วยให้อาการบวมยุบได้ไว
-หลังทำการศัลยกรรมเสริมคางคนไข้ควรประคบเย็นตรง 2-3 วัน การประคบเย็นจะช่วยให้อาการบวมและยุบได้เร็วขึ้น
-หลังทำการศัลยกรรมเสริมคางคนไข้ควรรับประทานอาหารเหลวหรืออาหารอ่อนที่ไม่ต้องเคี้ยวมาก เพื่อลดการกระทบกระเทือนของบาดแผล
-หลัง ทำการศัลยกรรมเสริมคางคนไข้ควรบ้วนปากด้วยน้ำยาบ้วนปาก หรือน้ำเกลือทุกครั้งหลังรับประทานอาหาร เพื่อไม่ให้เศษอาหารไปติดเกาะที่บริเวณปากแผล เพื่อป้องกันการติดเชื้ออักเสบในกรณีที่ช่องปากไม่สะอาด
-หลังทำการ ศัลยกรรมเสริมคางอาจมีอาการปวดบวมที่บริเวณแผลสามารถเกิดขึ้นได้ในช่วงระยะ เวลา 3-4 วัน แต่ถ้าหากรู้สึกปวดมากผิดปกติ ควรกลับไปปรึกษาแพทย์ทันที
-หลัง ทำการศัลยกรรมเสริมคางคนไข้ไม่ควรรับประทานอาหารรสจัด เผ็ดจัด หรือดื่มแอลกอฮอล์ ควรงดสูบบุหรี่ 7 วัน (เพื่อป้องกันไม่ให้เลือดสูบฉีดขึ้นใบหน้ามาก เพราะจะทำให้มีอาการบวมมากขึ้น)
-หลังทำการศัลยกรรมเสริมคางคนไข้สมารถแปรงฟันได้ แต่ต้องระมัดระวังไม่ให้แปรงกระแทกบริเวณแผลคาง
-หลัง ทำการศัลยกรรมเสริมคางคนไข้ควรระมัดระวังการกระแทกบริเวณคาง เช่น นั่งเข่าดันคาง งดรับประทานอาหารที่จำเป็นต้องเคี้ยว การขยับกรามมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วง 3 สัปดาห์แรก (เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดแรงกระแทกมากระทบซิลิโคนมากจนเกินไป จนทำให้ซิลิโคนอาจจะขยับก่อน ที่จะติดแน่น) ถ้าเผลอถูกกระแทกหรือมีการกระแทก ให้โทรติดต่อปรึกษาแพทย์ทันที

ข้อจำกัดในการทำศัลยกรรมเสริมคาง

-สำหรับ คนไข้ที่มีคางลักษณะสั้นมากหรือถอยไปด้านหลัง ไม่ควรที่จะเสริมด้วยซิลิโคน เพราะจำเป็นที่จะต้องใช้ซิลิโคนที่มีขนาดใหญ่มาก ควรใช้วิธีการศัลยกรรมเลื่อนกระดูกคางแทน โดยเฉพาะคนไข้ที่มีปัญหาเรื่องการสบฟัน
-สำหรับคนไข้ที่มีคางที่บิด เบี้ยวไม่เท่ากันจากโครงกระดูกคาง เมื่อทำการเสริมด้วยซิลิโคนอาจจะทำให้เกิดการบิดเบี้ยวได้ง่าย ในกรณีนี้แพทย์จะต้องวินิจฉัยโรคที่เป็นและแก้ไขหาสาเหตุก่อน
-สำหรับคน ไข้ที่คางเคยฉีดซิลิโคนเหลวหรือสารอื่นๆ มาก่อน ลักษณะรูปทรงของคางนั้นจะควบคุมได้ค่อนข้างยาก อันเนื่องมากจากซิลิโคนเหลวที่แทรกที่ผิวหรือสารที่ตกค้างอยู่ภายในเนื้อ
สำหรับ ท่านที่สนใจการศัลยกรรมเสริมคาง เพื่อปรับรูปหน้าให้ดูมีมิติในส่วนล่าง (ส่วนคาง) มากยิ่งขึ้น ก็อย่าลืมที่ค้นหาข้อมูลจากหลายๆ แหล่ง เพื่อศึกษาเปรียบเทียบข้อดีข้อเสียของการผ่าตัดเสริมคาง และสิ่งที่สำคัญที่สุดคือการเลือกและขอรับการปรึกษาจากศัลยแพทย์ที่มีความ น่าเชื่อถือและมีความชำนาญกันน่ะคะ หรือปรึกษากับเราที่ Aplus Cosmetic Clinic

บทความแนะนำ

Filler , Botox

Advertisements
About

My Zone

Tagged with: , , , , , , , ,
Posted in beauty, Suggest

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: