เสริมหน้าอก ทำนม ศัลยกรรมหน้าอก ทำหน้าอก


เมื่อพูดถึง การผ่าตัด เสริมหน้าอก วัตถุประสงค์ของการผ่าตัด เสริมหน้าอก คงเป็นสิ่งที่สาวๆ หลายๆ คน ใฝ่ฝันอยากที่จะมีหน้าอกที่งดงาม ดั่งใจปราถนา อัพไซส์ให้ใหญ่ขึ้น เพื่อเสริมสร้างบุคคลิกภาพให้แลดูมีเสน่ห์ โดดเด่นขึ้นมาอย่างทันตาเห็น ปัจจุบันเทคโนโลยีการ ศัลยกรรมเสริมหน้าอก เจริญ กว่าแต่ก่อนมาก ทั้งเรื่องของบุคคลากรทางการแพทย์ วัสดุที่ใช้ก็ได้มีการพัฒนาขึ้นมาก จากแต่ก่อนมีแค่ถุงน้ำเกลือ ก็จะประสบกับปัญหาต่างๆ มากมาย แต่ในปัจจุบันได้มีการเสริมหน้าออกด้วยซิลิโคนเจลมาทดแทน ด้วยความยืดหยุ่นของตัวซิลิโคน เป็นการเสริมหน้าอกที่ดูเหมือนธรรมชาติมากที่สุด และได้รับการรับรองจาก UFDA แล้วว่าไม่เป็นอันตรายปลอดภัย

การเสริมหน้าอก คืออะไร
เสริมหน้าอก คือ การผ่าตัดเพื่อเพิ่มขนาดหรือลดขนาดของหน้าอก ให้มีหน้าอกใหญ่ขึ้นหรือหน้าอกเล็กลง ตามความปราถนาของคนไข้ ซึ่งการ ศัลยกรรมเสริมหน้าอก ยัง ช่วยในการปรับแต่งรูปร่างของหน้าอกให้ดีขึ้น และทำให้สาวๆ อย่างเรามั่นใจ ดูมีเสน่ห์มากยิ่งขึ้น การเสริมหน้าอกต้นเหตุอาจเกิดมาจากสาเหตุหน้าอกเล็กมาตั้งแต่กำเนิดหรือเกิด อุบัติเหตุบริเวณหน้าอก หรือบางรายหลังคลอดบุตรแล้วรูปร่างในส่วนของหน้าอกนั้น เกิดการหย่อนคล้อย หน้าอกเล็กลง หน้าอกไม่เต่งตึง หรือหน้าอกทั้งสองข้างไม่เท่ากัน จึงทำให้เกิดความไม่มั่นใจ กังวล เครียด ปัญหาเหล่านี้จะกลายเป็นเรื่องเล็ก และสามารถแก้ไขได้ด้วยการผ่าตัดเสริมหน้าอก และการ ศัลยกรรมเสริมหน้าอก คือทางเลือกที่ดีที่สุด

ในปัจจุบันนี้ ได้มีการนำเอาเทคโนโลยีการ ศัลยกรรมเสริมหน้าอก มาใช้กับผู้ป่วยที่เป็นโรคมะเร็งเต้านมที่รักษาหายขาดแล้ว ซึ่งถือเป็นการดูแลรักษาสภาวะจิตใจของผู้ป่วยโรคมะเร็ง ที่อาจจะต้องสูญเสียเต้านมหรือทำการผ่าตัดเต้านมออก เพื่อให้ผู้ป่วยกลับมามีหน้าอกทั้งสองข้างเท่ากันเหมือนปกติ มาถึงตรงนี้จะเห็นได้ว่าการผ่าตัดเสริมหน้าอกสามารถที่จะแก้ไขปัญหาเรื่องของหน้าอกได้จริงและปลอดภัยที่สุด

ความปลอดภัยในการผ่าตัดเสริมหน้าอก

การผ่าตัดเสริมหน้าอกโดยซิลิโคนเหลวอาจจะเกิดได้ 2 กรณี กรณีแรก คือ ถ้าพังพืดที่ห่อหุ้มรอบถุงซิลิโคนไม่แตก อาจจะไม่รู้ว่าเกิดการรั่วขึ้น กรณีสองพังพืดที่ห่อหุ้มรอบซิลิโคนฉีกขาดและซิลิโคนเหลวจะออกมาบริเวณนอกถุง อาจจะทำให้เกิดพังพืดห่อหุ้มรอบซิลิโคนนั้นใหม่ อาจจะรู้สึกแข็งมากขึ้น และเต้านมข้างนั้นอาจจะมีรูปร่างที่เปลี่ยนไปจากเดิม

การผ่าตัดเสริมหน้าอกโดยถุงเต้านมเทียม ปกติแล้วมีความปลอดภัยสูง แต่ก็ยังมีข้อที่ต้องระมัดระวัง ในเรื่องของ การแตกหรือรั่วจากถุงเต้านมเทียม โดยที่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการได้รับการกระแทกอย่างรุนแรง

การผ่าตัดเสริมหน้าอกโดยใช้เป็นถุงน้ำเกลือ อาจมีปัญหาเรื่องของถุงน้ำเกลือรั่วออกมาและถูกดูดซึมเข้าในกระแสโลหิต หรือเต้านมด้านนั้นอาจจะยุบขนาดลง แต่ไม่ก่อให้เกิดอันตรายแต่อย่างใด


ขั้นตอนเตรียมตัวอย่างไร ก่อนการเข้ารับการศัลยกรรมเสริมหน้าอก

ก่อนการทำการผ่าตัด เสริมหน้าอก คนไข้ควรเข้ามาปรึกษาแพทย์ที่มีความชำนาญก่อน เพื่อที่แพทย์จะได้ตรวจสภาพร่างกายและตรวจสภาพเต้านม และซักถามถึงประวัติของคนไข้และให้คนไข้บอกความต้องการของคุณต่อแพทย์ เพื่อที่แพทย์จะได้บอกรายละเอียดเกี่ยวกับการทำผ่าตัด เสริมหน้าอก ตาม ที่คนไข้ต้องการ เช่น การเลือกรูปแบบขนาดหน้าอก การเลือกรูปแบบซิลิโคน การเลือกรูปแบบแผลผ่าตัด ระยะเวลาในการพักฟื้น รายละเอียดเหล่านี่ คนไข้ควรแจ้งแพทย์ให้เรียบร้อยก่อนที่จะเริ่มทำการผ่าตัดเสริมหน้าอก

1.ก่อนการเสริมหน้าอกคนไข้ควรงดการสูบบุหรี่ทั้งก่อนและหลังขณะเข้ารับการผ่าตัดเสริมหน้าอก 2 สัปดาห์

2.ก่อนการเสริมหน้าอกคนไข้ควรงดการดื่มแอลกอฮอล์อย่างน้อย 5 วัน เพื่อลดอาการติดเชื้อและลดอาการบวมจากการผ่าตัดเสริมหน้าอก

3.ก่อนการเสริมหน้าอกคนไข้ควรงดทานยาแก้ปวดทุกชนิดทั้งในกลุ่มไอบลูโพเฟ่น แอสไพริน หรือยาจำพวกที่ส่งผลกระทบต่อการแข็งตัวของเลือด อย่างน้อย 2 อาทิตย์

4.ก่อนการเสริมหน้าอกคนไข้ควรแจ้งประวัติการแพ้ยาแก่แพทย์

5.ก่อนการเสริมหน้าอกคนไข้ควรงดอาหารและน้ำเป็นเวลา 6 ชั่วโมง และอาบน้ำชำระร่างกายให้สะอาดเรียบร้อย ก่อนเข้ารับการผ่าตัดเสริมหน้าอก

เสริมหน้าอก ศัลยกรรมเสริมหน้าอก ซิลิโคนเสริมหน้าอก ทำหน้าอก  ทำนม

รูปแบบชนิดของวัสดุที่ใช้ในการผ่าตัด เสริมหน้าอก

อุปกรณ์วัสดุที่ใช้ในการ เสริมหน้าอก มีหลากหลายแบบและมีข้อดีข้อเสียที่แตกต่างกันไป แต่สำหรับวัสดุที่ทาง Aplus Cosmetic Clinic ใช้ในการผ่าตัดเสริมหน้าอกนั้น จะต้องผ่านกระบวนการตรวจขององค์การอาหารและยาของประเทศไทย รวมทั้ง FDA Approved

1.วัสดุเสริมหน้าอกชนิดซิลิโคนเหลว

2.วัสดุเสริมหน้าอกชนิดถุงน้ำเกลือ โดยที่เปลือกของถุงเป็นซิลิโคนเช่นกัน

3.วัสดุเสริมหน้าอกชนิด Polyurethane

รายละเอียดข้อมูลของวัสดุที่ใช้ในการผ่าตัดเสริมหน้าอก

การผ่าตัดเสริมหน้าอกโดยซิลิโคนเหลว (Silicone Gel Implants)

ถุงซิลิโคนเหลว คือ ซิลิโคนเจลอิลาสตินที่ใช้บรรจุอยู่ภายในถุงซิลิโคนที่ใช้ในการผ่าตัดเสริมหน้าอกคน ไข้ จะเป็นซิลิโคน Medical grade คือ ซิลิโคนที่มีสภาพความคงตัวสูง ถึงแม้ว่าจะมีการผ่าครึ่งถุงซิลิโคน แต่เนื้อซิลิโคนที่อยู่ภายในก็จะไม่มีการไหลออกมา นอกจากนี้คุณภาพของถุงซิลิโคนก็ยังมีความทนทานสูงและมีโมเลกุลที่แน่นหนา ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการรั่วไหลซึมของเนื้อซิลิโคนที่อยู่ภายใน เปลือกห่อหุ้มของซิลิโคน ซิลิโคนมีหลายลักษณะ เปลือกซิลิโคนอาจจะเป็นผิวเรียบ หรือซิลิโคนผิวขรุขระ ซึ่งมีผลต่อการเกิดพังพืดห่อหุ้มรอบซิลิโคน ส่วนขนาดไซส์ของซิลิโคนที่จะเลือกใช้สำหรับการผ่าตัดเสริมหน้าอก นั้นขึ้นอยู่ตามความต้องการของคนไข้และความเหมาะสม

ข้อดีของการผ่าตัดเสริมหน้าอกโดยใช้ถุงซิลิโคนเหลว (ซิลิโคนเจล)

– หน้าอกดูเป็นธรรมชาติยิ่งขึ้น สามารถยับย่นได้ยาก ตัวซิลิโคนมีความคงตัวสูง และยังสามารถขยับเคลื่อนไหวได้ตามปกติ

– การผ่าตัดเสริมหน้าอกโดยใช้ซิลิโคนเจล คนไข้ใช้ระยะเวลาการพักฟื้นไม่นาน คนไข้พักเพียง 1 คืนก็สามารถกลับไปทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติ

– การผ่าตัดเสริมหน้าอกโดยซิลิโคนเจลจะอยู่กับตัวของคนไข้ได้ในระยะยาว ไม่เสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งเต้านม หากคนไข้ไม่มีภาวะแทรกซ้อนจากการผ่าตัดเสริมหน้าอก

ข้อเสียของการผ่าตัดเสริมหน้าอกโดยใช้ถุงซิลิโคนเหลว (ซิลิโคนเจล)

– การวิเคราะห์โอกาสของการรั่วจากถุงซิลิโคนทำได้ยาก เนื่องจากถ้าเกิดมีพังพืดห่อหุ้มรอบถุง จะไม่รู้เลยว่าเกิดการรั่วขึ้น นอกจากพังพืดที่ห่อหุ้มรอบถุงซิลิโคนฉีกขาด หรือของเหลวในถุงซิลิโคนไหลออกมานอกถุงแล้ว อาจทำให้เกิดพังผืดห่อหุ้มรอบซิลิโคนนั้นอีกครั้ง ซึ่งอาจจะทำให้เต้านมข้างนั้นมีรูปทรงที่เปลี่ยนไปจากเดิมและบางรายอาจจะ รู้สึกแข็งมากขึ้น

– มีโอกาสที่จะเกิดพังผืดห่อหุ้มรอบบริเวณถุงซิลิโคน

วิธิการผ่าตัดเสริมหน้าอกโดยการใช้ถุงซิลิโคนเหลว (ซิลิโคนเจล)

– การผ่าตัดเสริมหน้าอกผ่านการสอดผ่านรักแร้

– การผ่าตัดเสริมหน้าอกผ่านการผ่าตัดผ่านทางปานนม

– การผ่าตัดเสริมหน้าอกผ่านการผ่าที่ฐานหน้าอก (แต่วิธีนี้อาจจะทิ้งรอยแผลเป็นได้บ้างเล็กน้อย)

การผ่าตัดเสริมหน้าอกโดยการฉีดไขมันตัวเอง (Fat Grafting)

การ ฉีดไขมันตัวเองเป็นการนำไขมันมาจากตัวของคนไข้เองเพื่อมาปั่น และทำการฉีดกลับเข้าไปที่เต้านมของคนไข้ สามารถนำไขมันมาได้จากหลากหลายบริเวณ ไม่ว่าจะเป็นบริเวณต้นขาหรือช่วงบริเวณท้อง วิธีการทำรูปแบบนี้ยังไม่เป็นที่นิยมหรือแพร่หลายสักเท่าไหร่ เนื่องจากคนไข้จะต้องมีไขมันในร่างกายมากเพียงพอและจะต้องทำการฉีดไขมันอยู่ บ่อยครั้ง จนกว่ารูปแบบจะอยู่ตัว เนื่องจากหลังการฉีดเติมไขมันเข้าไป ร่างกายจะมีการสลายตัวของไขมันมากกว่า 50% ในช่วงระหว่าง 6 เดือน จนถึง 1 ปี และช่วงประมาณ 1-2 ปี ไขมันก็จะสลายไปหมด

ข้อดีของการผ่าตัดเสริมหน้าอกโดยการฉีดไขมันตัวเอง (ฉีดเติมไขมัน)

– เป็นวิธีการเสริมหน้าอกโดยการฉีดไขมัน จึงทำให้เกิดผลข้างเคียงน้อยมากและไม่มีสิ่งแปลกปลอมหรือเจือปน ทั้งยังสามารถช่วยลดไขมันส่วนเกินได้ในขณะเดียวกัน เนื่องจากการฉีดเติมไขมันเป็นการเคลื่อนย้ายไขมัน จากตำแหน่งในส่วนอื่นๆ ของร่างกายมาฉีด

ข้อเสียของการผ่าตัดเสริมหน้าอกโดยการฉีดไขมันตัวเอง (ฉีดเติมไขมัน)

– ปกติแล้วการผ่าตัดเสริมหน้าอกโดยการฉีดเติมไขมันตัวเอง จำเป็นต้องอาศัยความชำนาญของแพทย์ในการเตรียมไขมันที่ถูกและต้องทำการฆ่า เชื้อให้เหมาะสม
– ความต้องการของคนไข้อาจไม่ตรงตามรูปทรงของหน้าอกที่คนไข้ต้องการ ด้วยวิธีการผ่าตัดเสริมหน้าอกโดยการฉีดเติมไขมันตัวเอง
– อาจมีอาการบวมแดงในระยะช่วยเริ่มแรกหลังการผ่าตัดเสริมหน้าอกด้วยการฉีดเติมไขมัน และจะค่อยๆ หายไป
– เรื่องความปลอดภัยยังไม่เป็นที่ยืนยัน เนื่องจากแคลเซียมของเซลล์ไขมันที่ตายแล้ว อาจเกาะหน้าอกได้

การผ่าตัดเสริมหน้าอกโดยถุงน้ำเกลือ (Saline Implants)

วิธี การผ่าตัดเสริมหน้าอกโดยใช้ถุงน้ำเกลือ มีลักษณะการผ่าตัดคล้ายกับการผ่าตัดเสริมหน้าอกโดยซิลิโคนเหลว (ซิลิโคนเจล) ลักษณะถุงน้ำเกลือ มีสองชั้น ถุงซิลิโคนอยู่ด้านนอก (ชั้นนอก) และน้ำเกลืออยู่ด้านใน (ชั้นใน) ระหว่างทำการผ่าตัด สามารถเติมน้ำเกลือ หลังจากสอดถุงซิลิโคนเข้าไปภายในตำแหน่งเรียบร้อยแล้ว วิธีการผ่าตัดเสริมหน้าอกด้วยถุงน้ำเกลือนี้ จึงมีราคาที่ค่อนข้างสูงกว่า เนื่องจากสามารถที่จะเพิ่มหรือลดขนาดได้ โดยที่ไม่จำเป็นต้องทำการผ่าตัดใหม่

ข้อดีของการผ่าตัดเสริมหน้าอกโดยใช้ถุงน้ำเกลือ

– แพทย์สามารถที่จะวินิจฉัยการรั่วของถุงซิลิโคนได้ง่าย และถ้าหากมีรั่วไหล น้ำเกลือภายในถุงซิลิโคนจะซึมเข้าภายในร่างกายโดยไม่ก่อให้เกิดอันตรายใดๆ
– วิธีการผ่าตัดเสริมหน้าอกโดยใช้ถุงน้ำเกลือ ทำให้มีแผลน้อยลง มีรอยแผลเป็นเล็กกว่า และยังสามารถที่จะเติมน้ำเกลือได้หากมีความต้องการ ทำให้ขนาดเพิ่มของเต้านมเพิ่มขึ้นโดยที่ไม่ต้องผ่าตัดใหม่

ข้อเสียของการผ่าตัดเสริมหน้าอก โดยใช้ถุงน้ำเกลือ

– การผ่าตัดเสริมหน้าอกโดยใช้ถุงน้ำเกลืออาจเกิดการชำรุดฉีกขาดของถุงน้ำเกลือได้ง่าย และมีโอกาสที่ถุงน้ำเกลือจะรั่วได้มากกว่า
– การผ่าตัดเสริมหน้าอกโดยใช้ถุงน้ำเกลืออาจเกิดรอยยับย่นได้ง่าย อันเนื่องมาจากถุงน้ำเกลือขาดความยืดหยุ่น
– การผ่าตัดเสริมหน้าอกโดยใช้ถุงน้ำเกลือสามารถมองเห็นรูปทรงถุงซิลิโคนง่าย
– การผ่าตัดเสริมหน้าอกโดยใช้ถุงน้ำเกลืออาจเกิดการสั่นไหว มีการกระเพื่อม หรืออาจมีเสียงได้
– การผ่าตัดเสริมหน้าอกโดยใช้ถุงน้ำเกลือเนื้อสัมผัสต่างจากเต้านมธรรมชาติ จึงทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ

วิธีการผ่าตัดเสริมหน้าอกโดยใช้ถุงน้ำเกลือ
การผ่าตัดเสริมหน้าอกแบบนี้ จะมีวิธีการเลือกผ่าตัดได้ 3 แบบ คือ
1.ทางแพทย์จะสอดถุงเข้าไปภายในเต้านมคนไข้ก่อน แล้วจึงค่อยเติมน้ำเกลือผ่านหลอดสุญญากาศ ตามจำนวนในขณะที่ผ่าตัด
2.แพทย์จะทำการสอดเจลเข้าไปก่อน แล้วจึงค่อยเติมน้ำเกลือซึ่งสามารถที่จะปรับลดขนาดได้
3.แพทย์จะทำการใส่ถุงน้ำเกลือที่บรรจุอยู่ในซิลิโคนที่ระบุขนาด

วิธีการผ่าตัดเสริมหน้าอกและแผลจากการผ่าตัดเสริมหน้าอก

1.วิธี การผ่าตัดเสริมหน้าอกผ่านทางใต้ราวนม เป็นวิธีการซ่อนแผลในขอบชั้นใน ทำง่าย และสามารถที่จะจัดวางเต้านมได้สวย เข้ารูป เหมาะสำหรับการผ่าตัดเสริมเต้านมแบบทรงหยดน้ำ เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบใส่เสื้อแขนกุด
2.วิธีการผ่าตัดเสริมหน้าอกผ่านทางรอบหัวนม เป็นวิธีการซ่อนแผลที่มีข้อเสียคือ จำเป็นที่จะต้องมีการผ่าตัดผ่านเนื้อเต้านม และอาจจะมีอาการชาที่บริเวณหัวนมได้ และขนาดของหัวนมต้องมีขนาดใหญ่ที่พอเหมาะ
3.วิธีการผ่าตัดเสริมหน้าอกผ่านทางรักแร้ เป็นวิธีการซ่อนบาดแผลใต้รักแร้ไปตามรอยพับของผิวหนังคนไข้ และอาจจะไม่เห็นรอยแผลเป็น บางรายอาจดูไม่ทราบเลยว่าได้รับการผ่าตัดเสริมหน้าอก เนื่องจากไม่พบแผลเป็นให้เห็นและมีความโดดเด่นเป็นธรรมชาติมาก

อัตราความเสี่ยงในการผ่าตัดเสริมหน้าอก

การ ผ่าตัดศัลยกรรมทุกๆ ชนิด มีความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้น จากการทำการผ่าตัดทั่วไป เช่น มีเลือดออก มีเลือดคั่ง หรือเกิดการติดเชื้อ และอัตราการเกิดมีประมาณ 1-5% การผ่าตัดเสริมหน้าอกก็เช่นเดียวกัน อาจจะมีบางโอกาสเกิดผลแทรกซ้อนได้ นอกจากนี้การผ่าตัดเสริมหน้าอกอาจทำให้เกิดการรัดตัวของพังผืดที่อยู่บริเวณ รอบๆ ซิลิโคน ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกแข็งผิดปกติของเต้านมข้างใดบ้างหนึ่ง บางครั้งอาจจะมีความรู้สึกเสียวและชา บริเวณหัวนม หรือบริเวณใกล้รอยผ่าตัด อาการส่วนใหญ่จะดีขึ้นเป็นปกติได้เอง แต่ในบางรายก็อาจจะรู้สึกเช่นนั้นตลอดไป สำหรับคนไข้ที่ได้รับการผ่าตัดเสริมหน้าอก สามารถที่จะให้นมบุตรได้ถ้าต้องการ
จากรายงานคนไข้ที่ได้รับการเสริมหน้าอก บางรายอาจมีอาการปวดตามข้อต่างๆ เช่น อ่อนเพลียและมีไข้ แต่จาก การศึกษาโดยละเอียดยังไม่สามารถระบุถึงความเกี่ยวพัน ระหว่างอาการเหล่านี้กับการผ่าตัดเสริมหน้าอกได้
การผ่าตัดเสริมหน้าอกไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านม เมื่อเปรียบเทียบกับผู้หญิงที่ไม่ได้รับการผ่าตัดเสริมหน้าอก อย่างไรก็ตามควรมีการตรวจคัดกรองค้นหาการเกิดมะเร็งเต้านมตามปกติ การตรวจเต้านม แมมโมแกรม เอ็กซเรย์ สามารถทำได้แต่ต้องใช้วิธีพิเศษในการตรวจ

การดูแลรักษาหลังการผ่าตัดเสริมหน้าอก

หลัง จากคนไข้ได้ผ่านการผ่าตัดเสริมหน้าอก คนไข้อาจจะรู้สึกตึงๆ ปวดๆ บ้างเล็กน้อยประมาณ 2-3 วัน ระยะเวลาในการปรับสภาพ รูปร่างของเต้านม เพื่อจะให้สรีระดูเป็นธรรมชาติใช้เวลาประมาณ 1-2 เดือนหลังจากการผ่าตัดเสริมหน้าอกแล้ว และคนไข้อาจจะต้องนวดเต้านมที่เสริม เพื่อผ่อนคลายความตึงกระชับบริเวณเต้านม ตามคำแนะนำของแพทย์อีกประมาณ 3-6 เดือน

หมายเหตุ ผลการรักษาขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล อายุและการดูแลหลังการทำ
***(ผลลัพธ์การรักษาขึ้นอยู่กับสภาพผิวของแต่ละบุคคล)***

#เสริมหน้าอก #ทำนม #ศัลยกรรมหน้าอก #ทำหน้าอก #ทำนมทรงหยดน้ำ

Advertisements
About

My Zone

Tagged with: , , , , ,
Posted in beauty

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: